หน้าแรก / NAKIVO / Replication และ DR
NAKIVO VMware vSphereMicrosoft Hyper-VProxmox VE J.A.I Solution · NAKIVO Partner
Replication & Disaster Recovery

VM Replication และ Disaster Recovery ด้วย NAKIVO

backup ช่วยให้ข้อมูลไม่หาย แต่ถ้าระบบสำคัญต้องกลับมาทำงานภายในไม่กี่นาที คุณต้องมีสำเนา VM ที่พร้อมเปิดใช้ที่ไซต์สำรอง NAKIVO Backup & Replication ทำได้ทั้ง VM replication และจัดลำดับขั้นตอนกู้ระบบด้วย Site Recovery ในคอนโซลเดียวกับงาน backup

Replication ต่างจาก backup อย่างไร

backup คือการเก็บข้อมูลไว้ใน repository ซึ่งเวลากู้ต้องดึงข้อมูลกลับมาสร้าง VM ใหม่ ส่วน replication คือการสร้างสำเนา VM ไว้บน host ปลายทางในสภาพที่เปิดเครื่องได้ทันที เมื่อไซต์หลักมีปัญหาก็สั่ง failover ให้ VM สำรองขึ้นมาทำงานแทนได้เลย องค์กรส่วนใหญ่จึงใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน

เวลาวางแผน DR มีสองค่าที่ควรตกลงกับฝ่ายบริหารให้ชัด RPO คือยอมให้ข้อมูลหายย้อนหลังได้นานแค่ไหน เช่น replicate ทุกชั่วโมงก็อาจเสียข้อมูลได้ไม่เกินราว 1 ชั่วโมง ส่วน RTO คือยอมให้ระบบหยุดได้นานแค่ไหนจนกว่าจะกลับมาใช้งาน สองค่านี้กำหนดความถี่ของ replication ขนาดลิงก์ และรุ่น license ที่ต้องใช้

NAKIVO รองรับ VM replication บน VMware vSphere, Microsoft Hyper-V และ Proxmox VE (เริ่มตั้งแต่ v11.1) และมี Real-Time Replication สำหรับ VMware ที่ส่งการเปลี่ยนแปลงไปไซต์สำรองต่อเนื่องแทนการรันเป็นรอบ ส่วน Site Recovery ใช้ร้อยขั้นตอนกู้ระบบให้เป็น workflow ที่กดครั้งเดียวแล้วทำงานตามลำดับ

ความสามารถด้าน replication และ DR ของ NAKIVO

ทุกอย่างจัดการจากหน้าเว็บคอนโซลเดียว ทั้ง job replication, การทดสอบ และแผน failover

VM replication แบบ incremental

หลังรอบแรก NAKIVO ส่งเฉพาะ block ที่เปลี่ยนไปยัง host ปลายทาง โดยใช้กลไกติดตาม block ที่เปลี่ยนของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น CBT ของ VMware และ RCT ของ Hyper-V แต่ละ VM เก็บ recovery point ได้หลายจุดตามนโยบาย retention แบบ GFS (VMware สูงสุด 30 จุดต่อ replica) จึงย้อนกลับไปจุดก่อนเกิดปัญหาได้ เช่น ก่อนโดน ransomware เข้ารหัสไฟล์

สร้าง replica จาก backup

สำหรับ VMware และ Hyper-V สามารถสร้าง replica จากไฟล์ backup ที่มีอยู่แล้วแทนการอ่านจาก VM ตัวจริง ไม่ต้องทำ snapshot ซ้ำบน production และตั้ง job chaining ให้ replication เริ่มทันทีเมื่อ backup เสร็จได้

Real-Time Replication สำหรับ VMware

ติดตั้ง I/O Filter บน cluster ต้นทางและ Journal Service บน Transporter ปลายทาง การเขียนข้อมูลของ VM จะถูกส่งไปไซต์สำรองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ RPO สั้นระดับวินาที ใน v11.1 ฟีเจอร์นี้ออกจาก beta และรุ่นล่าสุดรองรับ vSphere 9.1

Site Recovery workflow

รวม action ต่าง ๆ เช่น failover, failback, เปิดหรือปิด VM, รัน job, รันสคริปต์, ส่งอีเมล, รอ และตรวจเงื่อนไข ไว้ใน job เดียวได้สูงสุด 200 action ใช้กับ VMware, Hyper-V และ Amazon EC2 และเพิ่ม failover ของ Real-Time Replication เข้าไปใน workflow ได้

ทดสอบ DR โดยไม่กระทบระบบจริง

Site Recovery job รันในโหมดทดสอบได้ทั้งแบบสั่งเองและตั้งเวลา หลังทดสอบระบบจะคืนสภาพให้เอง เช่น ปิด replica ย้อนกลับไป snapshot ก่อนทดสอบ และเปิด replication ต่อ จึงซ้อมแผน DR เป็นประจำได้โดยไม่ต้องรอวันหยุด

Planned failover, emergency failover และ failback

Planned failover ซิงก์ข้อมูลล่าสุดก่อนสลับ เหมาะกับการย้ายศูนย์ข้อมูลหรืองานบำรุงรักษา ส่วน emergency failover สลับไปใช้ replica ทันทีเมื่อไซต์หลักล่ม เมื่อไซต์หลักกลับมา failback จะส่งข้อมูลที่เปลี่ยนระหว่างนั้นกลับและย้ายงานคืน

Network mapping และ Re-IP

ไซต์สำรองมักใช้เครือข่ายและ IP คนละชุดกับไซต์หลัก กำหนด network mapping และ Re-IP ไว้ล่วงหน้าได้ เมื่อ failover แล้ว VM จะต่อเข้าเครือข่ายที่ถูกต้องโดยไม่ต้องไล่แก้ทีละเครื่อง

ตรวจว่า replica เปิดได้จริง

Boot verification และ screenshot verification เปิด replica ขึ้นมาโดยตัดเครือข่าย ตรวจว่าระบบปฏิบัติการบูตได้ แล้วส่งรายงานทางอีเมล ช่วยให้รู้ก่อนวันเกิดเหตุว่า replica ใช้ได้จริง

ขั้นตอนการวางระบบ DR กับ J.A.I

J.A.I เป็นพาร์ทเนอร์ทางการของ NAKIVO ในประเทศไทย ดูแลตั้งแต่ออกแบบจนซ้อมกู้ระบบจริง

01

จัดลำดับระบบและตั้งเป้า RPO/RTO

ไล่รายการ VM ร่วมกับทีมของคุณ แยกว่าระบบไหนต้องกลับมาก่อน และแต่ละระบบยอมเสียข้อมูลและเวลาได้เท่าไร เพื่อเลือกว่าระบบไหนใช้ replication แบบรอบ ระบบไหนควรใช้ Real-Time Replication

02

ออกแบบไซต์สำรองและประเมินลิงก์

เลือกปลายทางระหว่างห้องเซิร์ฟเวอร์สาขา ดาต้าเซ็นเตอร์เช่า หรือผู้ให้บริการ ประเมินปริมาณข้อมูลที่เปลี่ยนต่อวันเทียบกับความเร็วลิงก์ และช่วยเลือกรุ่น license ให้ตรงกับฟีเจอร์ที่ต้องใช้

03

ติดตั้งและตั้งค่า replication

ติดตั้ง Transporter ที่ไซต์สำรอง สร้าง replication job พร้อม retention, network mapping, Re-IP และ bandwidth throttling ให้ไม่แย่งแบนด์วิดท์ช่วงเวลาทำงาน

04

สร้าง Site Recovery workflow

เขียนลำดับ failover ตามลำดับความสำคัญของระบบ เช่น Active Directory และฐานข้อมูลก่อน แอปพลิเคชันตามหลัง พร้อมสคริปต์และอีเมลแจ้งเตือนในแต่ละขั้น

05

ซ้อม DR และส่งมอบเอกสาร

รัน workflow ในโหมดทดสอบร่วมกับทีมของคุณ ตรวจว่าระบบขึ้นครบและใช้งานได้ แล้วส่งมอบขั้นตอนเป็นภาษาไทย พร้อมดูแลต่อโดยตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนทำ DR

  • ไซต์สำรองต้องมี host ที่มี CPU, RAM และพื้นที่ storage พอรันระบบสำคัญได้ในวันที่ไซต์หลักล่ม ไม่จำเป็นต้องเท่าไซต์หลักทุกเครื่อง
  • ลิงก์ระหว่างไซต์ต้องรับปริมาณข้อมูลที่เปลี่ยนในแต่ละรอบได้ทันก่อนรอบถัดไป ควรวัดอัตราการเปลี่ยนของข้อมูลจริงก่อนตัดสินใจความถี่
  • Site Recovery มีในรุ่น Enterprise Essentials และ Enterprise Plus ส่วนรุ่น Pro Essentials ทำ VM replication ได้แต่ไม่มี Site Recovery
  • Real-Time Replication ใช้ได้กับ VMware vSphere เท่านั้น เป็นส่วนเสริมที่ต้องซื้อเพิ่มบนรุ่น Enterprise Essentials หรือ Enterprise Plus และต้องติดตั้ง I/O Filter บน cluster ต้นทาง ซึ่งรองรับเฉพาะ cluster ที่จัดการแบบ baseline ไม่ใช่แบบ single image
  • host ต้นทางต้องปิด Secure Boot และตั้ง acceptance level เป็น Community ก่อนติดตั้ง I/O Filter และการอัปเดตหรือถอด I/O Filter ต้องนำ ESXi host เข้า maintenance mode (ถ้าเปิด DRS ระบบทำให้เอง) จึงควรนัดช่วงเวลาไว้ล่วงหน้า
  • Proxmox VE ทำ VM replication ได้ตั้งแต่ v11.1 (รองรับ Proxmox VE 8.x ถึง 9.2) storage ปลายทางต้องรองรับ snapshot ใช้ iSCSI เป็นปลายทางไม่ได้ และไม่รองรับ VM บน Classic LVM ควรอัปเดต NAKIVO เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนเริ่ม
  • เตรียมแผน IP และเครือข่ายของไซต์สำรอง รวมถึง DNS และการเข้าถึงของผู้ใช้หลัง failover เพราะ VM ขึ้นได้แต่ผู้ใช้เข้าไม่ถึงก็ยังไม่ถือว่ากู้สำเร็จ

คำถามที่พบบ่อย

มี backup อยู่แล้ว ยังต้องทำ replication อีกไหม
ขึ้นกับว่าระบบนั้นหยุดได้นานแค่ไหน การกู้จาก backup ต้องใช้เวลาดึงข้อมูลกลับมา ส่วน replica เปิดใช้ได้เกือบทันที ระบบที่หยุดนานไม่ได้ เช่น ERP หรือฐานข้อมูลหลัก ควรมี replication เพิ่ม ส่วนระบบอื่นใช้ backup อย่างเดียวก็มักเพียงพอ
Real-Time Replication ต่างจาก replication ปกติอย่างไร
replication ปกติรันเป็นรอบตามตารางเวลา RPO จึงเท่ากับระยะห่างระหว่างรอบ Real-Time Replication ส่งการเขียนข้อมูลไปไซต์สำรองต่อเนื่อง RPO จึงสั้นระดับวินาที แต่ใช้ได้กับ VMware vSphere เท่านั้น ต้องใช้ license เพิ่ม และต้องมีลิงก์ที่รับการเขียนข้อมูลต่อเนื่องได้
ทดสอบแผน DR แล้วจะกระทบระบบที่ใช้งานอยู่ไหม
โหมดทดสอบของ Site Recovery ทำงานกับ replica และคืนสภาพให้หลังทดสอบ เช่น ย้อน replica กลับไป snapshot เดิมและเปิด replication ต่อ VM ตัวจริงยังทำงานตามปกติ ควรตั้งเวลาทดสอบเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าแผนยังใช้ได้เมื่อระบบเปลี่ยน
ไม่มีไซต์ที่สอง ทำ DR ได้ไหม
ได้ ปลายทางอาจเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์สาขา ตู้ในดาต้าเซ็นเตอร์เช่า หรือผู้ให้บริการ DR ที่ใช้ NAKIVO ขอให้มี host ปลายทางที่ NAKIVO จัดการได้และลิงก์เชื่อมระหว่างสองฝั่ง J.A.I ช่วยประเมินทางเลือกที่เหมาะกับขนาดระบบได้
ต้องใช้ NAKIVO รุ่นไหนถึงจะมี Site Recovery
Site Recovery มีในรุ่น Enterprise Essentials และ Enterprise Plus ทั้งแบบ subscription และ perpetual ถ้าต้องการแค่ VM replication รุ่น Pro Essentials ก็ทำได้ J.A.I ช่วยดูจำนวน workload และฟีเจอร์ที่ต้องใช้เพื่อเลือกรุ่นที่พอดี
failover ไปแล้ว จะย้ายกลับไซต์หลักอย่างไร
ใช้ failback ซึ่ง NAKIVO จะส่งข้อมูลที่เปลี่ยนระหว่างที่รันอยู่ไซต์สำรองกลับไปไซต์หลัก แล้วสลับงานกลับ ทำเป็น action ใน Site Recovery workflow ได้เช่นกัน จึงวางลำดับขั้นตอนไว้ล่วงหน้าและซ้อมได้เหมือน failover

ให้เราประเมินระบบและจำนวน license ให้ฟรี

แจ้งจำนวนเครื่องหรือจำนวนผู้ใช้ที่ต้องการสำรอง เราตอบกลับพร้อมแนวทางและใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

NAKIVO Bronze Partner — J.A.I Solution

พาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรอง J.A.I Solution Co., Ltd. เป็น NAKIVO Partner อย่างเป็นทางการ ให้คำปรึกษา จำหน่าย license และติดตั้งระบบให้ใช้งานได้จริง

ทักแชท